2006/Jul/10

สาวนิโคลกับงานแต่งครั้งสองทางโลก และครั้งแรกทางธรรม
คำตอบง่ายๆ สำหรับคำถามดังกล่าวก็คือ การแต่งงานครั้งแรกของนิโคล กับอดีตสามีอย่างทอม ครูสนั้นเป็นพิธีกรรมของลัทธิไซแอนโทโลจี ซึ่งทางศาสนจักรแห่งโรมัน คาธอลิคไม่ยอมรับนั่นเอง

รายงานของสำนักข่าวบีบีซีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เผยว่าสื่อต่างๆ ต่างคาดเดากันว่าสาวนิโคลอาจจะประกาศให้การแต่งงานครั้งแรกของเธอให้เป็นโมฆะ เพื่อที่จะทำให้เธอสามารถประกอบพิธีสมรสตามธรรมเนียมแบบคาธอลิคได้อย่างสมบูรณ์

แต่เรื่องราวกลับเป็นอะไรที่ราบรื่นกว่านั้น เพราะตามความเป็นจริงแล้ว การแต่งงานครั้งแรกของเธอกับอดีตสามีร่างกะทัดรัดอย่างทอม ครูส นั้นจัดขึ้นตามวิธีการของลัทธิไซแอนโทโลจี ซึ่งตามความเห็นของศาสนจักรแห่งโรมัน คาธอลิค การแต่งงานครั้งนั้นไม่ถือว่าเป็นพิธีกรรมที่ถูกต้องทางศาสนาแต่อย่างใด

หลวงพ่อ พอล โคลแมน ซึ่งเป็นผู้ทำพิธีกล่าวคำสาบานตนของคู่รักคนดังเมื่อเดือนที่ผ่านมา ได้กล่าวต่อสำนักข่าวบีบีซีว่าการแต่งงานครั้งแรกของดาราสาวนั้น มีพิธีกรรมที่ไม่ครบถ้วนตามหลักศาสนา

"ศาสนจักรแห่งโรมัน คาธอลิค ได้ตั้งแบบแผนสำหรับพิธีสมรสที่เหมาะสมสำหรับชาวคาธอลิค" หลวงพ่ออธิบายอย่างชัดเจน

และที่น่าสนใจก็คือ การสมรสแบบสมบูรณ์ของคาธอลิค คู่สมรสไม่จำเป็นต้องนับถือคาธอลิคด้วยซ้ำ หากแต่เขาผู้นั้นเพียงเข้ารวมพิธีในสถานที่ของคาธอลิคด้วยความเคารพศรัทธา ซึ่งต่างจากคู่ของทอมและนิโคลที่ดำเนินพิธีครั้งนั้นภายใต้พิธีกรรมของ เชิร์ช ออฟ ไซแอนโทโลจี องค์กรขนาดใหญ่ของลัทธิไซแอนโทโลจีนั่นเอง

และแม้ว่าคาธอลิคจะมีทัศนคติด้านลบสุดขั้วต่อการหย่าร้าง แต่การเป็นอิสระของสาวนิโคลจากคู่รักเก่าเมื่อปี 2001 ก็ไม่อาจยับยั้งเธอในการเดินเข้าไปในโบสถ์ในฐานะเจ้าสาวแสนสวยเมื่อเดือนที่ผ่านมาไปได้

สำหรับการประกาศให้การแต่งงานครั้งก่อนให้เป็นโมฆะนั้น มีโอกาสน้อยมากที่นิโคลจะทำเช่นนั้นได้ เนื่องด้วยระยะเวลาที่เธอใช้ชีวิตคู่ร่วมกับสามีคนก่อนกว่า 10 ปีนั้นนานเกินกว่าจะพิจารณาว่าเป็นแค่การจัดฉาก ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนชอบใช้ในการลบประวัติการสมรสของตัวเอง (คงเป็นกฏที่เพื่อนสาวอย่างเรเน เซลเวเกอร์รู้เป็นอย่างดี!)

ไซแอนโทโลจี คืออะไร?*

ไซแอนโทโลจี (Scientology) คือระบบของความเชื่อและการปฏิบัติตน ที่ แอล. รอน ฮับบาร์ด นักประพันธ์นิยายชาวอเมริกัน บัญญัติขึ้นเมื่อปี 1952 เพื่อใช้เป็นปรัชญาในการบำเพ็ญตน โดยในปี 1960 ฮับบาร์ดได้ตั้งนิยามให้กับแนวคิดครั้งนี้ของเขาว่าเป็น "ศาสนาโดยพื้นฐานของความเป็นลัทธิ"

ไซแอนโทโลจี บางครั้งยังหมายความถึงกลุ่ม เชิร์ช ออฟ ไซแอนโทโลจี (Church of Scientology) ซึ่งเป็นองค์กรของลัทธิไซแอนโทโลจีที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งสาวกของไซแอนโทโลจีที่ไม่ได้อยู่ในเชิร์ช ออฟ ไซแอนโทโลจี หรือที่เรียกตัวเองว่าพวก "ฟรี โซน" มักมีท่าทีขัดแย้งต่อองค์กรดังกล่าวอยู่เสมอ

เชิร์ช ออฟ ไซแอนโทโลจี จัดเป็นองค์กรไม่หวังผลกำไร ที่อุทิศตนให้กับงานด้านการฟื้นฟูจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ (rehabilitation of the human spirit) ซึ่งให้คำปรึกษาและจัดหาโปรแกรมการฟื้นฟู โดยโฆษกขององค์กรดังกล่าวอ้างว่าวิธีการของฮับบาร์ดสามารถช่วยพวกเขาจากอาการหลายๆ อย่างอาทิ การติดยา, โรคข้ออักเสบ, ความบกพร่องทางการศึกษา, ความป่วยทางจิตใจ, มะเร็ง และปัญหาที่อื่นๆ รวมทั้งพฤติกรรมรักร่วมเพศอีกด้วย

ไซแอนโทโลจี นั้นจะย้ำจุดยืนเสมอว่ามีความเชื่อที่สอดคล้องกับศาสนาหลักอื่นๆ โดยทางเชิร์ช ออฟ ไซแอนโทโลจีเคยประกาศแถลงการณ์เมื่อปี 1992 ว่า "ไซแอนโทโลจี เคารพในทุกๆ ศาสนา ไซแอนโทโลจี ไม่มีความขัดแย้งต่อศาสนาใดๆ ทั้งคำสอนและพิธีกรรม"

จากข้อเท็จจริงแล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา ไซแอนโทโลจี ได้รับการจดจำในฐานะลัทธิที่ขัดแย้งต่อศาสนาอื่นๆ เป็นอย่างมาก นอกจากจะได้รับการโจมตีจากโรมัน คาธอลิค และศาสนาคริสต์ในหลายๆ นิกายแล้ว มันยังได้สร้างความขัดแย้งต่อศาสนาอิสลามและพุทธอีกด้วย โดยฮับบาร์ดเคยวิพากษ์เรื่องคำสอนในศาสนาอิสลามและชี้ว่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างกะบะฮ์ของศาสนาอิสลามเป็นสิ่งที่มนุษย์อุปโลกน์ขึ้นมาเอง และยังเคยอ้างว่าตนซึ่งมีผมสีแดง คือพระศรีอาริยเมตไตรย บุรุษจากดินแดนตะวันตกที่มีผมดังเปลวเพลิงตามความเชื่อของศาสนาพุทธ ซึ่งกลับมายังโลกหลังจากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนปรินิพพานไปได้ 2,500 ปี เพื่อมาเป็นพระพุทธเจ้าของโลกองค์ต่อไป

บุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงที่นับถือลัทธิดังกล่าวในปัจจุบันได้แก่ จอห์น ทราโวลตาและภรรยาเคลลี เพรสตัน, ดาราสาวอย่าง จีนนา เอล์ฟแมน ,จูเลียต ลูอิส, แคเธอรีน เบล, คริสตี อัลลีย์ นักดนตรีทั้ง ชิค คอเรีย, ไอแซค เฮย์ส หรือหนุ่ม เบ็ค แฮนเซน และสาวกที่ดังที่สุดอย่าง ทอม ครูส และสมาชิกไซแอนโทโลจีสคนใหม่อย่างคู่หมั้นสาว แคธี โฮล์มส์ อีกราย

edit @ 2006/07/10 17:33:21

2006/Jul/10

เจ.เค.รับรางวัลด้านงานอุทิศเพื่อการวิจัย
"เจ.เค. โรว์ลิง" นักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษ ได้รับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีน ประเทศสก็อตแลนด์ ในฐานะที่ช่วยเหลือด้านงานวิจัยโรคมัลติเปิล สเกลอโรซิส* เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามรายงานจากสำนักข่าวเอพี

เจ.เค. โรว์ลิง เจ้าของผลงานสุดกระฉ่อน แฮร์รี พ็อตเตอร์ ซึ่งมีคุณแม่ที่เสียชีวิตด้วยโรคมัลติเปิล สเกลอโรซิส หรือ โรคเส้นประสาทเรื้อรังระยะสุดท้าย ในปี 1990 ด้วยวัย 45 รวมทั้งดำรงตำแหน่งประธานของสมาคมมัลติเปิล สเกลอโรซิสแห่งสก็อตแลนด์ ได้รับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ ในฐานะที่เธอได้ช่วยเหลือด้วยการบริจาคเงินจำนวนมหาศาลแก่สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีน เพื่อเป็นทุนในการวิจัยรักษาโรคดังกล่าว

เนวา ไฮเตส หัวหน้าภาคคณะชีววิทยาและแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีน ได้กล่าวในพิธีมอบปริญญาที่วิทยาลัยมาริสชาล แห่งเมืองอเบอร์ดีน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า

"เจ.เค. โรว์ลิง มีชื่อเสียงโด่งดังจากผลงานหนังสือที่เธอลงมือเขียนในร้านกาแฟของเมืองเอดินเบิร์ก ซึ่งทำให้ชื่อของเธอเป็นที่ติดปากผู้คนไปทั่ว อย่าางไรก็ดี น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเธอได้อุทิศเพื่องานด้านการกุศลมากมายแค่ไหน"

นอกจากนี้ไฮเตส ยังเผยว่า การที่เจ.เค. โรว์ลิง มารับบทผู้นำของสมาคมมัลติเปิล สเกลอโรซิสแห่งสก็อตแลนด์นั้น เป็นเพราะเธอเห็นว่าสถานการณ์การดูแลของผู้ป่วยด้วยโรคมัลติเปิล สเกลอโรซิสในประเทศสก็อตแลนด์นั้นย่ำแย่เต็มทน

"เธอถือเป็นแบบอย่างของผู้นำชาวสก็อต ที่ใช้ทั้งชื่อเสียงและทรัพย์สิน เพื่อเกื้อหนุนสงความในการฟื้นฟูสุขภาพของเพื่อนมนุษย์และต่อสู้กับโรคร้าย"

เจ.เค. โรว์ลิง ซึ่งมาในพิธีในชุดสูทสีดำ ยิ้มด้วยความยินดีต่อเสียงปรบมือขณะที่เธอขึ้นไปรับรางวัล โดยเธอเผยถึงความรู้สึกแก่นักข่าวในภายหลังว่า "ฉันประหม่าสุดๆ...มันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นจริงๆ"

ก่อนหน้านี้เจ.เค. โรว์ลิง เคยได้รับปริญญากิตติมศักดิ์มาแล้ว 3 ครั้ง จากมหาวิทยาลัย เซนต์ แอนดรูส์, เอดินเบิร์ก และ เนเปียร์ ในงานด้านการวรรณกรรม

หมายเหตุ* โรคมัลติเปิล สเกลอโรซิส (multiple sclerosis) เป็นโรคเรื้อรังซึ่งเป็นสาเหตุให้เยื่อหุ้มประสาทในสมองและไขสันหลังเสื่อมลงทำให้ส่วนต่างๆ ของระบบประสาท แข็ง และเกิดแผลเป็นหรือรอยโรคขึ้นกับประสาทที่ถูกกระทบ สาเหตุของโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แม้ว่าจะทราบว่าเกิดจากการข าดสารอาหาร, ความเครียดทางอารมณ์ และการติดเชื้อก็ตาม

มัลติเปิ้ล สเกลอโรซิส มักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุระหว่าง 25 ถึง 40 ปี โรคจะก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ และอาจจะหายไปในบางช่วงแต่จะกลับ เป็นใหม่เป็นระยะๆ และมักจะรุนแรงกว่าเดิม อาการของโรคได้แก่ มีความผิดปกติของการมองเห็นและการพูด มีอาการวิงเวียน การขับถ่ ายอุจจาระ ปัสสาวะผิดปกติไป อ่อนเพลีย อัมพาต สูญเสียการทรงตัว และอารมณ์แปรปรวน


edit @ 2006/07/10 17:40:17

2006/Jul/10

พาความหวานใสโดนใจคนมะกันไปเต็มๆ
โศกเศร้าเรื่องความรักได้ไม่นาน สำหรับนางเอกสาว เจนนิเฟอร์ อนิสตัน หลังจากแยกทางกับพระเอกหนุ่ม แบรด พิตต์ ล่าสุดสาวเจนกำลังเตรียมแผนวิวาห์รอบสองกับเพื่อนชายคนสนิท วินซ์ วอห์น งานนี้โชคดีรอบสอง เพราะนางเอกสาวได้รับผลโหวตจากชาวมะกัน ยกให้เป็นอันดับหนึ่งขวัญใจเมืองลุงแซม แซงหน้าสองคนดัง แบรนเจนลินา ไปอย่างขาดลอย

เว็บไซต์ อานาโนวา รายงานถึงผลโหวตคะแนนเสียงที่น่าสนใจ ส่งตรงจากอเมริกา เมื่อรายการดังอย่าง Entertainment Tonightได้สอบถามแฟนรายการเพื่อคัดเลือกคนดังขวัญใจชาวมะกัน ผลปรากฏว่า คะแนนเสียงมากกว่าครึ่งยกให้สาวสวย เจนนิเฟอร์ อนิสตัน จากซีรี่ยส์ดังอย่าง Friends คว้าอันดับหนึ่งไปแบบขาดลอย ตามกันมาติดๆในอันดับสอง กับ รีส วิสเตอร์สปูน นักแสดงสาวเจ้าของรางวัลออสการ์จากหนังดัง Walk the line


สำหรับอันดับสาม ตกเป็นของ พระเอกหนุ่ม ทอม ครูส ถึงแม้จะมีเสียงวิจารณ์ในแง่ลบถึงช็อตหวานสุดเลี่ยนระหว่างเขากับนางเอกรุ่นน้อง เคที่ โฮล์มส แต่กระแสดังกล่าวไม่กลบรัศมีพระเอกหนุ่มใหญ่คนนี้ไปได้ อันดับสี่ กับหนุ่มพันหน้า จอห์นนี่ เด็ปป์ กับลีลาการแสดงสมบทบาท ล่าสุดกับบท กัปตัน แจ็ค สแปร์โรว์ จากหนังดัง Pirates of Carribbean: Dead Mans Chest

และพลิกโผมาแรงแบบเกินคาด กับนักร้องหนุ่ม เคลย์ ไอเค่น จากเวทีอเมริกัน ไอดอล เข้าประจำที่อันดับห้า ส่วนคู่รักแบรนเจลินา ต่างทำอันดับได้ไม่ดีนัก โดยสาวเซ็กซี่ แองเจลินา โจลี คว้าอันดับแปด ในขณะที่คุณพ่อมือใหม่ แบรด พิตต์ ควงคู่ คีอานู รีฟ รั้งอันดับสิบเอาไว้

สิบอันดับคนดังขวัญใจชาวมะกันมีดังนี้
1เจนนิเฟอร์ อนิสตัน
2.รีส วิสเตอร์สปูน
3.ทอม ครูส
4.จอห์นนี่ เด็ปป์
5. เคลย์ ไอเค่น
6.จอร์จ คลูนี่ย์
7. เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์
8.แองเจลินา โจลี
9.จูเลีย โรเบิร์ต
10.แบรด พิตต์ และ คีอานู รีฟ


edit @ 2006/07/10 17:39:33